การวิ่งขึ้นลงบันได หรือที่เรียกว่า Stair Running คือหนึ่งในรูปแบบของการวิ่งที่เปลี่ยนจากการวิ่งในพื ้นที่ราบมาเป็นการวิ่งขึ้นลงบันไดแทน และการวิ่งในรูปแบบนี้ก็ได้รับความสนใจในกลุ่มผู้ที่ ลดน้ำหนักเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นวิธีลดน้ำหนักที่ถือว่าทำได้ง่าย อีกทั้งยังส่งผลดีต่อสุขภาพร่างกายอีกด้วย ในส่วนประโยชน์ของการวิ่งขึ้นลงบันไดที่เราอยากนำมาแ ชร์ให้ทุกท่านได้ทราบกันนั้นก็มีดังนี้ค่ะ
1.เผาผลาญแคลอรี่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เนื่องจากการวิ่งขึ้นลงบันได เป็นการวิ่งที่มีแรงต้านและยังช่วยเพิ่มความหนืดในกา รวิ่งได้เป็นอย่างดี จึงส่งผลทำให้ร่างกายสามารถเผาผลาญแคลอรี่ได้มากกว่า การวิ่งในรูปแบบปกติหรือวิ่งในพื้นที่ราบ แต่การวิ่งในรูปแบบนี้ก็ไม่ควรทำเกิน 2 ครั้งต่อสัปดาห์ เพราะจัดเป็นการออกกำลังกายในรูปแบบที่เข้มข้นม ากๆ อาจจะทำให้กล้ามเนื้อหรือร่างกายเกิดการบาดเจ็บ ได้
2.กล้ามเนื้อน่องมีความแข็งแรงมากขึ้น
การวิ่งขึ้นลงบันได ทำให้กล้ามเนื้อที่ไม่ค่อยได้ใช้งานเกิดการใช้งานมาก ขึ้น เนื่องจากการวิ่งในรูปแบบนี้เป็นการวิ่งที่ต้องเพิ่ม ความชันในการวิ่ง จึงทำให้ร่างกายสามารถใช้กล้ามเนื้อทุกส่วนได้มากยิ่ งขึ้น อีกทั้งยังทำให้กล้ามเนื้อน่องและกล้ามเนื้อขามีความ แข็งแรงมากขึ้นกว่าเดิมด้วย
3.ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้หัวใจ
ระบบการทำงานของหัวใจและหลอดเลือดสามารถทำหน้าที่ได้ ดียิ่งขึ้นหลังจากที่วิ่งขึ้นลงบันได เนื่องจากการวิ่งในรูปแบบนี้จะช่วยให้การไหลเวียนของ เลือดและออกซิเจนทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะในขณะที่เราวิ่งขึ้นลงบันไดนั้น หัวใจจะมีอัตราการเต้นที่เร็วขึ้น จึงทำให้หัวใจได้มีการปรับตัวเพื่อให้เข้ากับการออกก ำลังกายในรูปแบบดังกล่าว ทั้งนี้ก็เพื่อให้เลือดสามารถไหลเวียนไปเลี้ยงตามส่ว นต่างๆ ของร่างกายได้เร็วยิ่งขึ้น ส่งผลให้หัวใจมีการขยายตัว เมื่อหัวใจมีการขยายตัวก็จะยิ่งสูบฉีดเลือดได้มากขึ้ น และการที่ร่างกายมีการสูบฉีดเลือดได้มาก ก็ทำให้ร่างกายได้รับออกซิเจนได้มากขึ้นตาม พร้อมทั้งยังสามารถปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ได้เร็วขึ้น ตามไปด้วย
4.ลดความเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 slot
การวิ่งขึ้นลงบันได ไม่เพียงแต่จะช่วยลดน้ำหนักเท่านั้น แต่ยังช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวานชนิด ที่ 2 ได้ด้วย เนื่องจากการวิ่งขึ้นบันไดจะช่วยเสริมสร้างความแข็งแ รงให้กับร่างกายได้ดี ดังนั้น จึงช่วยลดโอกาสในการเป็นโรคต่างๆ ได้ ซึ่งนอกจากโรคเบาหวานชนิดที่ 2 แล้วก็ยังมีโรคหัวใจ โรคเครียด โรคหลอดเลือดสมองและโรคซึมเศร้าด้วยนั่นเอง