ในวันหยุดสุดสัปดาห์ คุณใช้ชีวิตแบบไหน มีรายงานเกี่ยวกับการอยู่คนเดียวมากเกินไปอาจส่งผลไม ่ดีต่อสุขภาพของคุณ โดยเนื้อหาของรายงานดังกล่าวนั้นตีพิมพ์ในวารสา ร PLOS ONE ซึ่งระบุว่า คนที่ใช้เวลาว่างในการออกไปพบปะสังสรรค์กับเพื่อนฝูง บ้าง พร้อมกับดูแลร่างกายของตัวเองไปด้วย จะมีผลการตรวจสุขภาพที่ดีกว่าคนที่หมกมุ่นอยู่กับการ ออกกำลังกายเพียงอย่างเดียว และ บังคับตัวเองจนมากเกินไป
ที่เป็นเช่นนั้นเพราะคนที่ออกกำลัง แต่ยังคงผ่อนคลายด้วยการออกไปพบปะเพื่อนฝูงด้วย นั้น พวกเขามีทั้งสุขภาพใจและสุขภาพกายที่ดี เมื่อภายในมีความสุข ก็ส่งผลต่อภายนอก ดังเช่นที่ก่อนหน้านี้เคยมีผลการศึกษาเช่นกันว่าคนที ่ออกกำลังกายแล้วมีพาร์ทเนอร์ร่วมออกกำลังกายด้วยกัน จะได้ผลดีกว่าการไปออกกำลังกายคนเดียว หรือคนที่เข้าสู่การลดน้ำหนัก หรือดูแลสุขภาพตนเอง โดยได้รับกำลังใจจากคนรอบข้างมักจะประสบความสำเร็จกว ่าคนที่ต้องทำเพียงลำพัง พบปะเพื่อนฝูงบ้างเพื่อสุขภาพที่ดี ทางเข้า
นอกเหนือจากรายงานของวารสาร PLOS ONE แล้ว ยังมีผลการศึกษาของบริษัทประกันชื่อดังอย่าง Cigna Insurance ได้ระบุว่า คนที่มีการพบปะกับเพื่อนฝูง มักจะมีสภาพจิตใจที่ดี และพวกเขามักจะได้รับการชักชวน หรือ คำแนะนำจากเพื่อน ชในการดูแลสุขภาพ ต่างจากคนที่คอยปิดตัวเอง พวกเขาจะไม่ได้รับการชักชวน หรือคำแนะนำจากใครเลย ทำให้สุขภาพของคนที่โดดเดี่ยว มักจะแย่กว่าคนที่มีกลุ่มเพื่อนฝูง ขณะเดียวกันยังมีการระบุว่าพฤติกรรมของคนในปัจจุบันท ี่ใช้โซเชียลมีเดียมากเกินไปทำให้คุณภาพของการพ บปะ เวลาต้องเจอหน้ากันจริง ๆ นั้นลดน้อยลง และจะยิ่งทำให้คนคนนั้น ไม่ค่อยกล้าจะมีปฏิสัมพันธ์กับใครเท่าไรนัก อันจะส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาว เนื่องมาจากการใช้โซเชียลมีเดียส่งผลให้ผู้คนอยู่เพี ยงลำพังมากขึ้น
“พาร์ทเนอร์” คู่หูเพื่อสุขภาพที่ดี
ดังนั้นถ้าคุณรู้ว่ากำลังอยู่คนเดียวมากเกินไป ต่อให้คุณไปยิมบ่อยแค่ไหน แต่การออกกำลังของคุณอาจไม่ถึงคุณภาพสูงสุด เพราะในความจริงนั้น การออกกำลังที่ได้ประสิทธิภาพสูงสุดคือการมีพาร์ทเนอ ร์เพื่อให้คุณได้มีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นบ้าง หรือแม้แต่การออกไปทำกิจกรรมเพื่อช่วยเหลือสังค ม ทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่ มีสังคมบ้าง ก็จะทำให้สุขภาพทางใจของคุณดีขึ้นโดยไม่รู้ตัว
เพราะการได้พบปะกับผู้คนนั้นเป็นสิ่งสำคัญ และยิ่งการได้พบปะกับเพื่อนฝูง ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ชีวิตมีความสุขมากขึ้น แม้จะมีบางคนแย้งว่า การใช้โซเชียลมีเดียนั้นก็เหมือนได้คุยกับเพื่อนอยู่ แล้ว แต่ในความเป็นจริงไม่เป็นเช่นนั้น เพราะเป็นการปฏิสัมพันธ์ผ่านเทคโนโลยี การพูดคุยเพื่อฟังน้ำเสียง ได้สบสายตาหรือหัวเราะร่วมกันไม่ได้เกิดขึ้นจริ ง เมื่อเป็นเช่นนี้ลองออกมาพบเจอเพื่อนฝูงบ้าง หรือไม่ก็นั่งคุยนั่งกินข้าวกับเพื่อนที่ทำงาน หรือออกไปทำกิจกรรมกับมูลนิธิ หรือเข้าคลาสที่คุณสนใจ เพื่อให้ตัวคุณได้มีสังคม ได้พูดคุยกับคนอื่น ได้รับฟังความคิดเห็นแบบที่เป็นเสียงจริง ได้สบตาจริง และได้เห็นภาษากายของเขา ไม่ใช่แค่ตัวอักษร หรืออิโมจิอย่างในโซเชียลมีเดีย